ดัชนีวัสดุก่อสร้างอืด เหล็กร่วงหนัก อสังหาฯ ชะลอ ฉุดดีมานด์ต้นปี 69

09 กุมภาพันธ์ 2569
ดัชนีวัสดุก่อสร้างอืด เหล็กร่วงหนัก อสังหาฯ ชะลอ ฉุดดีมานด์ต้นปี 69

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 ขยับขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.1% สะท้อนอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ชะลอตัว

ราคาหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กลดลงมากที่สุดถึง 2.5% จากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลกและการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้า

ปัจจัยหลักที่ฉุดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างคือภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวต่อเนื่อง จากปัญหาอุปทานคงค้างสูง การเข้มงวดสินเชื่อ และหนี้ครัวเรือน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้น 0.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 6.0% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป จากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ เนื่องจากการปรับราคาของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า ส่งผลต่อเนื่องให้

หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 0.9% จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ขอบคันคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 2.5% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีขอ สหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น)

หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.4% จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง

หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 0.2% จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี)

หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 2.8% จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่

หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 2.3% จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น

หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลง 1.9% จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ

เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.